สรุป โคกหนองนาโมเดล

วันที่โพสต์

หมวดหมู่

โคกหนองนาโมเดล คือ การจัดการพื้นที่เกษตรแบบผสมผสาน นำหลักการเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ร่วมกับภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

หลักการสำคัญของโคกหนองนาโมเดล ประกอบด้วย

  • แบ่งพื้นที่ตามสัดส่วน 30:30:30:10
    • 30% พื้นที่สำหรับแหล่งน้ำ เช่น ขุดบ่อ หนอง และคลองไส้ไก่
    • 30% พื้นที่สำหรับทำนา ปลูกข้าว
    • 30% พื้นที่สำหรับทำโคกหรือป่า ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
    • 10% พื้นที่สำหรับที่อยู่อาศัย เลี้ยงสัตว์ และอื่นๆ

1. โคก:

  • พื้นที่บนดินสูง เหมาะสำหรับปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
  • ประกอบด้วยไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ และไม้ยืนต้นเพื่อร่มเงา
  • ทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำใต้ดิน ช่วยป้องกันน้ำท่วมและรักษาความชุ่มชื้นของดิน

2. หนอง:

  • แหล่งน้ำธรรมชาติหรือบ่อที่ขุดขึ้นไว้
  • ทำหน้าที่กักเก็บน้ำฝนไว้ใช้สำหรับการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และอุปโภคบริโภค
  • ช่วยส่งเสริมระบบนิเวศและแหล่งอาหารสัตว์น้ำ

3. นา:

  • พื้นที่สำหรับปลูกข้าวหรือพืชเศรษฐกิจอื่นๆ
  • ทำหน้าที่เป็นแหล่งผลิตอาหารหลัก
  • ช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร

4. คลองไส้ไก่:

  • ร่องน้ำที่ขุดขึ้นในพื้นที่นา
  • ทำหน้าที่กระจายน้ำไปยังแปลงนา
  • ช่วยให้น้ำไหลสะดวก ป้องกันน้ำท่วมขัง
  • เพิ่มพื้นที่เพาะปลูกพืชน้ำ

ประโยชน์ของโคกหนองนาโมเดล

  • ช่วยให้เกษตรกรมีอาหารพอเพียง โดยปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ไว้กินเอง
  • ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ จากการขายผลผลิต surplus
  • ช่วยให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่ต้องซื้อปัจจัยการผลิตจากภายนอก
  • ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ดิน น้ำ ป่า
  • ช่วยลดมลพิษ จากการใช้สารเคมี

ตัวอย่างการนำโคกหนองนาโมเดลไปใช้

  • โครงการโคกหนองนาโมเดลตามแนวพระราชดำริ ของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
  • โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบโคกหนองนาโมเดล ของกรมพัฒนาที่ดิน
  • โครงการโคกหนองนาโมเดล ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

หมายเหตุ

  • โคกหนองนาโมเดลเป็นแนวทางที่สามารถปรับใช้ได้กับทุกพื้นที่ แต่ต้องมีการปรับให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และภูมิอากาศ
  • เกษตรกรที่สนใจนำโคกหนองนาโมเดลไปใช้ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม

นอกจากประโยชน์ที่กล่าวมาแล้ว โคกหนองนาโมเดลยังช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร สร้างความยั่งยืนให้กับระบบเกษตร และช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย